ถ้าใครเป็นแฟนคลับวงการฟุตบอลไทยคงเคยได้ยินกิตติศัพท์ความเลือดร้อน จนหลายคนให้ฉายาว่า “บอลไทยจะไปมวยโลก” แต่เมื่อชายผู้นี้ปรากฏตัวขึ้น เขากลับพลิกมุมมองของนักเตะไทยให้หยุดพฤติกรรมบางอย่าง … ซิโก้ ชายผู้เป็นมากกว่าโค้ช เขาทำอย่างไรไปติดตามกัน

ซิโก้มีความฝันมาทำทีมชาติไทยเพราะต้องการทำลายคำครหาที่ว่า “บอลไทยจะไป..มวยโลก” ก่อนหน้านี้ฟุตบอลไทยวางหมัดมวยกันอยู่บ่อยๆ ซึ่งเกิดจากนักเตะเล่นตามใจตัวเอง ไม่มีวินัย เสียฟาวล์ง่าย จนโดนใบแดงเยอะ ซิโก้มองเหตุการณ์นี้ด้วยความเข้าใจและปรับทัศนคติทีมงานว่า

เรากำลังทำงานให้ประเทศชาติ เวลาแพ้ แพ้ในนามไทยแลนด์ เวลาแพ้ ไม่ใช่ทีมซิโก้ แพ้ทั้งประเทศ
ฉะนั้น ถ้าไม่มีวินัย ทุกอย่างก็จบ เราแบกรับความคาดหวังของแฟนบอลที่นั่งรออยู่

Kiatisuk-Senamuang

การทำงานใหญ่ระดับชาติได้นั้นต้องทำเป็น ”ทีม” ความสำเร็จไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากคนใดคนหนึ่ง ดังนั้นเมื่อมาอยู่ร่วมกันในแคมป์ ทุกคนต้องเคารพกติกาที่ซิโก้ตั้งไว้ 4 ข้อ คือ “ห้ามดื่มเหล้า ห้ามสูบบุหรี่ ห้ามเล่นการพนัน ห้ามหนีเที่ยว” รวมทั้งต้องตรงเวลา ห้ามมาสายแม้เพียงนาทีเดียว มิฉะนั้นจะได้รับรางวัลจากซิโก้ด้วยการวิดพื้นทันที แม้ว่าขณะนั้นจะอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่หรือนักข่าวก็ตาม

วินัยไม่ใช่บทลงโทษอย่างที่หลายคนคิด แต่วินัยคือสิ่งที่จะทำให้คนหลายๆคนอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข ลองคิดดู หากขณะกำลังจะฝึกซ้อม มีนักเตะมาสายเพราะเพิ่งหายแฮงค์สร่างเมา เพื่อนร่วมทีมที่เหลือจะรู้สึกอย่างไร ทุกคนต้องมารอคนที่ช้าเพียงคนเดียว

วินัยนอกสนามคือการปูพื้นฐานวินัยการเล่นในเกมส์ การที่นักเตะฝึกควบคุมอารมณ์และจิตใจตนเองตั้งแต่อยู่นอกสนาม นั่นคือการเพิ่มภูมิต้านทานไม่ให้พวกเขาไปเล่นแม่ไม้มวยไทยกับคู่ต่อสู้ในภาวะที่เจอความกดดัน

141214

ในยุคที่ซิโก้คุมทีมมีเคสได้ใบแดงเคสเดียว เป็นเคสแรก และเคสสุดท้าย กอล์ฟ อดิศักดิ์ กองหน้าที่เก่งกาจแต่โดนกองหลังของอีกฝ่ายอัดเข้าเต็มแรง จนคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ จึงถวายศอกกลับ ผลคือโดนใบแดง มีคนถามกอล์ฟว่า ซิโก้ว่าอะไรไหม?

กอล์ฟตอบว่า “พี่ซิโก้ไม่ได้ว่า แต่ให้ไปอาบน้ำ เข้าห้องพัก เสร็จแล้วก็กลับมานั่งดูบอลต่อ มานั่งดูเพื่อนอีก 10 คนที่เหลือเหนื่อย เพียงเพราะว่าเราคนเดียวที่ทำผิดออกไปแล้วก็มานั่งดูเพื่อนอย่างสบายๆ”

หลังจากเหตุการณ์นี้ทำให้ไม่มีใครกล้าเล่นนอกเกมส์อีกเลย

ทุกครั้งที่สถานการณ์ดูกดดันทั้งโดนนำและทำประตูคู่แข่งไม่ได้ เป็นธรรมดาที่นักเตะจะเครียด ซิโก้จะพูดคุยเพื่อนำความกดดันนั้นออกมา   “หน้าที่นักฟุตบอลไม่ได้มีหน้าที่เครียดและกดดัน เพราะถ้าเครียดและกดดัน จะเล่นไม่ออก”  ความเครียดทั้งหมด ซิโก้จึงรับไว้แต่เพียงผู้เดียว

ช่วงพักครึ่งประโยคที่เขาจะพูดกับนักฟุตบอลบ่อยๆ ก็คือ “ฟุตบอลไทยล้มเหลวมา 12 ปี ถ้าพวกคุณไม่ลุกขึ้นมาเปลี่ยนช้างศึกตัวนี้ก็ไม่มีใครทำได้แล้ว ยอมเหนื่อยเพื่อปลุกช้างศึกตัวนี้ให้ลุกขึ้นมาอีกครั้ง”

เวลาที่เล่นตามหลัง ซิโก้จะปลุกใจนักเตะว่า “คนดูในสนามเขาอยากลงมาเล่นแทน แต่เขาลงมาเล่นไม่ได้เพราะซิโก้ไม่ได้เรียก และไม่ได้มีธงชาติไทยติดที่อกเหมือนพวกเรา พวกเราคือคนที่ได้โอกาส และมีธงชาติติดที่หน้าอก”

20140305_202119_BGI_9168

ในกรณีกลับกัน หากฝ่ายตรงข้ามเข้ามาทำฟาวล์ ขัดแข้งขัดขาหรือยั่วยุฝ่ายไทยให้สติหลุดร่างกายบาดเจ็บ

ซิโก้จะสอนให้นึกถึงใจเขาใจเรา

“สมมติว่าเวลาที่ทีมตรงข้ามเลี้ยงบอลหลุดมาได้ขนาดนี้ เราอยากตัดบอลเขาไหม ก็ต้องอยากตัด อย่างน้อยก็ทำฟาวล์ให้เกมส์มันหยุด เขาจะได้ไปต่อไม่ได้ ก็เหมือนกันเลย ถ้าเราลากเลื้อยมาขนาดนี้ เขาก็ต้องตัดเกมส์เรา เป็นความเป็นจริงของฟุตบอลที่เราไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้ แต่หน้าที่เราไม่ใช่การตอบโต้ เขาจะทำฟาวล์ก็ทำ ยังไงก็ต้องโดนเสียบ ก็ต้องทำใจยอมรับ ตอบโต้ไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น”

ณ ปัจจุบัน ต่างชาติต่างนับถือฟุตบอลไทยว่าเป็น Gentleman Team เป็นสุภาพบุรุษที่ไม่เล่นนอกเกมส์ ได้ใบเหลืองน้อยที่สุดในการเตะฟุตบอลโซนเอเชียในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก และอาจเป็น “แจ็คผู้ฆ่ายักษ์” ในการเล่นฟุตบอลโลกรอบ 12 ทีมสุดท้ายโซนเอเซีย ที่มีชื่อทีมชาติไทยผ่านเข้ารอบไปอย่างสง่างาม ท่ามกลางสายตาคนทั้งเอเซีย แม้ไทยจะไม่ใช่ตัวเต็ง แต่ศักยภาพความเป็นซูเปอร์ทีมก็มากพอจนหลายชาติไม่กล้าวางใจ

***********
ด้วยมุมมองของซิโก้ที่ไม่เหมือนใคร เน้นย้ำวินัยให้ลูกทีมควบคุมอารมณ์ตั้งแต่อยู่นอกสนาม
ทั้งจิตวิทยาในการปลุกใจไม่ให้ท้อแท้และยืนยันว่าใครร้ายมาไม่ต้องร้ายตอบ
สำคัญที่สุดคือ..หัวใจที่รักฟุตบอลไทยยิ่งชีวิต

 

นี่แหละลูกผู้ชายที่หยุดบอลไทยไม่ให้ไป..มวยโลก
และกำลังนำพาให้บอลไทยไปบอลโลกได้จริงๆ
ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง

รูปทีมชาติไทย (1)

Comments

comments