ข่าวเด็กวัยรุ่นทำผิดช่วงนี้ ทั้งเรื่องโจ๋รุมฟันชายพิการ หรือ เด็กสาวถ่ายภาพปืนพร้อมยาบ้าโชว์ผ่านเฟสบุ๊ค เขาและเธอต่างบอกเหมือนกันว่า “ก็โดนด่าก่อน” เลยต้องทำแบบนี้ อาการทนคำด่าไม่ได้ โรคประจำตัวเด็กยุคใหม่ ใช่หรือไม่?

เด็กสาวเสื้อดำถ่ายภาพปืนพร้อมยาบ้าโชว์ผ่านเฟสบุ๊ค
เด็กสาวเสื้อดำถ่ายภาพปืนพร้อมยาบ้าโชว์ผ่านเฟสบุ๊ค
news-z-16.05.06-2-6
โจ๋รุมฟันชายพิการ

ย้อนกลับไปสมัยเราเป็นเด็ก การแกล้งเพื่อนสุดฮิต คือ การหยอกล้อด้วยคำพูดต่างๆ คำพูดทิ่มแทงที่ฮอตฮิตติดชาร์ตอันดับหนึ่ง คือ การล้อชื่อพ่อชื่อแม่ บอกพ่อตายบ้างละ แม่ตายบ้างละ ไอ้ลูกพ่อแม่ไม่สั่งสอน หรือ บ้างก็ลูกไม่มีพ่อ ไม่มีแม่ คำพูดแบบนี้ เจ็บจี๊ดๆจนถึงขั้วหัวใจ ถ้าเจอเด็กนักเลงหน่อยก็ถึงขั้นเตะต่อยเพื่อปกป้องสถาบันครอบครัว

รองลงมา คือ การด่าตามลักษณะภายนอกอันเป็นจริง แต่เป็นความจริงที่ไม่ต้องพูดก็ได้ เช่น อีอ้วน ตุ่มเดินได้ อีดำตับเป็ด ข้าวนอกนา ไอ้โย่ง ยัยหน้าสิว หูกาง หัวเถิก ฯลฯ การล้อแบบนี้ทำให้บางคนเป็นปมติดมาจนโต แต่ก็มีไม่น้อยที่แปรพลังลบให้เป็นแรงบันดาลใจหาวิธีการชนะปมเหล่านั้น เช่น เรียนให้เก่งๆ หาความสามารถพิเศษด้านอื่นๆ จนได้ดิบได้ดีกันทุกวันนี้

ภาพยนต์ “แฟนฉัน” ประโยคคคลาสสิกล้อกัน “อ้วน ดำ”

เป็นอันว่าการด่าที่เริ่มจากการแซวเล่นๆ แต่กระทบจิตใจอีกฝ่ายจนโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ มีมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล การหยอกล้อเช่นนี้ก็ยังมีในปัจจุบัน แต่แตกต่างตรงที่ “ความอดทน” ของคนยุคใหม่น้อยลงกว่าก่อนมาก

ในยุคที่อะไรก็สะดวกสบายด้วยการกดปุ่ม ทำให้คำว่า “รอ” เป็นสิ่งที่ถูกหลงลืมไป ความอดทนที่น้อยลง ทำให้อะไรมากระทบใจ ย่อมกระเทือนอารมณ์ง่ายเป็นธรรมดา

คำด่าคำเดียวกัน เด็กสมัยก่อนอาจทนเพื่อนล้อได้ 10 ครั้ง ค่อยโต้ตอบ แต่สมัยนี้แม้เพียงครั้งเดียว อาจฟิวส์ขาดและทำอะไรผิดๆโดยไม่ยั้งคิด ยิ่งมีที่ระบายอารมณ์เป็น Social Network ทุกประเภท ยิ่งทำให้ ภาวะ “กัดริมฝีปาก กำหมัดแน่นข้างลำตัว” เพื่ออดทน และไม่หลุดอารมณ์โต้ตอบ แทบไม่หลงเหลือเท่าไหร่เลย

at

ความสะดวกสบายที่มากขึ้น มาพร้อมกับความอดทนที่น้อยลง ซึ่งนี่ก็ไม่ได้เป็นแค่เด็ก แม้แต่ผู้ใหญ่ที่คลั่งไคล้โซเชียล ก็ด่ากันไปกันมา จนดราม่าไปหลายราย

*************

เคยวัดระดับความอดทนของตัวเองไหม? ลองทำแบบทบทวนความคิดนี้ดู

1.เวลาถูกคนพาลมาหาเรื่อง ยั่วยุ เราสามารถทำราวกับไม่ได้ยิน ไม่ได้เห็น และไม่ปล่อยให้หัวเสีย ไ้ด้มากน้อยแค่ไหน ถ้าคำตอบคือ ไม่ได้เลย เพราะมีหูก็ต้องได้ยิน มีตาก็ต้องเห็น เป็นคนนะจะไม่มีความรู้สึกได้ยังไง นั่นแสดงว่า เพดานความอดทนเรามีต่ำมาก

2.เราอดทนที่จะไม่ตอบโต้เขาได้ไหม ไม่ว่าจะทางคำพูด หรือทางโซเชียล หรือ การลงไม้ลงมือ ถ้าคำตอบคือ ไม่ได้ เพราะเสียศักดิ์ศรี เราไม่ผิดจะมาว่าเราได้อย่างไร เขาด่าเรามา เป็นหน้าที่เราต้องด่าตอบ คอมเมนต์สาดเสียมา ต้องคอมเนต์ให้แรงกว่าตอบไป ถ้าเป็นเช่นนี้ ให้รู้เลยว่าโอกาสจะเพลี่ยงพล้ำไปจะทำอะไรบ้าๆ มีสูง ที่สำคัญคือ เราได้ทำลายอารมณ์ดีๆ ของตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว

เรื่องหลายเรื่องเก็บมาคิด ก็เป็นเรื่องเป็นราว
เรื่องบางเรื่องปล่อยวาง ก็เป็นลมเป็นแล้ง
เหมือนที่คนโบราณเขาสอนว่า
“ ปิดหูซ้ายขวา ปิดตาสองข้าง ปิดปากเสียบ้าง นอนนั่งสบาย ”

 

เพราะนักอดทนที่ดี มีคุณสมบัติอยู่อย่างหนึ่งคือ

“ตลอดเวลาที่ต้องทน ก็ยังคงรักษาอารมณ์ดีๆของตัวเองได้”

ทำได้แบบนั้นเมื่อไหร่ ก็จะถึงภาวะที่เรียกว่า “ไม่ได้อดทน”
แต่กำลัง “เข้าใจ” คนๆนั้นมากกว่าว่าทำไมทำแบบนี้กับเรา
และคำว่า “ให้อภัย” จึงตามมา

Comments

comments

SHARE
Previous articleซิโก้ ผู้หยุดบอลไทย ไม่ให้ไป..มวยโลก
Next articleแจ็ค หม่า ผู้ไม่ยอมแพ้
ผู้ออกแบบหลักสูตรและวิทยากรประจำองค์กร Peace Gen พัฒนาคนรุ่นใหม่ให้รับผิดชอบตนเองและสังคม ผ่าน Mind-Me-World รักการทำกิจกรรมสังคมมาตั้งแต่มัธยมปลายจนบัดนี้อายุเข้าเลข 3 แล้ว ก็ยังจะทำต่อไป เพื่อขอเป็นส่วนเล็กๆส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้สังคมดีขึ้น