ตรรกะ “ก็เขาเริ่มก่อน…ร้ายมาต้องร้ายตอบ” ถูกต้องจริงหรือ?

0
1085

ข่าวโจ๋ฟันชายพิการดังกระหึ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งด้วยความเป็นลูกตำรวจ ทั้งดูไม่ค่อยสำนึกในความผิด แต่สิ่งที่น่าคิด คือ มีเฟสบุ๊คเด็กสาวโพสต์ตั้งคำถามว่า ทำไมสังคมฟังความข้างเดียว?

“ทำไมคนดีๆแบบนี้ต้องโดนจับด้วย ทำไมคนอื่นไม่ฟังความพวกเราบ้าง ว่าไอ้แก่ขาเป๋ มันพูดอะไรกับพวกเรา เราแค่แซวมันขำๆเอง”

ข้อความสเตตัสของเด็กสาวคนหนึ่งซึ่งเหมือนแอบสารภาพเป็นนัยๆว่าตนเองเป็นฝ่ายเริ่มไปแซวเขาก่อน พอลุงขาเป๋โมโห เขาอาจพูดหรือทำอะไรรุนแรงกลับมา จนเป็นเหตุเกิดการฆ่าฟันกันขึ้น  แต่ตัวน้องเองอาจคิดว่าการแซวนั้นไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร

ลองสวมบทบาทเป็นวัยรุ่นแก๊งนั้น อะไรหนอทำให้น้องคิดว่าสังคมนี้ช่างไม่ให้ความเป็นเป็นธรรมแก่เขาเสียเลย

อาจเป็นเพราะเขาและเธอทั้งหลายคงใช้ตรรกะ “ก็เขาเริ่มก่อน”  เป็นตัวตัดสิน

************

ตรรกะ “ก็เขาเริ่มก่อน” จนนำมาสู่ “ร้ายมา ต้องร้ายตอบ” ไม่ใช่สิ่งใหม่ในสังคม เพราะละครทั้งหลายก็ถ่ายทอดเรื่องนี้จนเริ่มกลายเป็นบรรทัดฐาน
ล่าสุด Club Friday “เพื่อนรักเพื่อนร้าย” ก็มีจุดจบของตัวร้ายคือการโดนข่มขืน และทิ้งอุทาหรณ์สอนใจว่านี่คือ ‘กรรมตามสนอง’

ว่าแต่นี่คือ กรรมตามสนองจริงหรือ?
หรือคือการสร้างกรรมใหม่ของอีกฝ่ายกันแน่…น่าคิด

*************

ในโรงเรียนประถม ความเจ็บปวดอย่างหนึ่งของเด็กๆ คือ การถูกล้อชื่อพ่อชื่อแม่ ซึ่งใครโดนเข้าก็โกรธกันเป็นฟืนเป็นไฟ หากลองเล่นบทบาทสมมติเป็นผู้ปกครองของเด็ก เราจะสอนเด็กอย่างไร?

       ก. เขาด่ามา ด่ากลับเลยลูก มันเป็นฝ่ายเริ่มก่อน เราไม่ผิด

       ข. สู้เขาลูก ต่อยมันกลับเลย เพราะเราไม่ใช่พวกขี้แพ้

       ค. อย่าสู้เขาลูก หนีเอาตัวรอด ไปฟ้องครู

       ง. ลูกเป็นคนเริ่มต้นล้อชื่อพ่อแม่เขาก่อนหรือเปล่า ถ้าใช่ ลูกคือคนผิด ที่ทำให้เขาโกรธก่อน ดังนั้นลูกก็สมควรที่จะโดนเขาด่า ลูกควรไปขอโทษเขา

       จ. ถ้าลูกไม่ได้เริ่มก่อน เขามาล้อชื่อพ่อแม่ พ่อแม่ก็ไม่ได้เป็นอะไรจากคำพูดเขา ลูกให้อภัยเขา เขาอาจเจอเรื่องร้ายๆในชีวิตมาก็ได้

*************

ตรรกะ “ก็เขาเริ่มก่อน..ร้ายมาร้ายตอบ” ไม่ต้องรอให้ถึงขั้นฆ่าแกงกัน แต่มันเป็นสิ่งที่แทรกอยู่ในชีวิตประจำวันของเราโดยไม่รู้ตัว  หากลองอ่านคอมเมนต์ในเฟสบุ๊ค ทวิสเตอร์ เราก็จะพบกับเหตุการณ์ “ด่ามาก็ด่าตอบ” อยู่ไม่น้อยเลย และหลายครั้งที่ตัวเราก็ไปร่วมแจมกับเขาด้วย

บางทีความสะใจที่ได้เป็นผู้ชนะ อาจทำให้สูญเสียมากกว่าที่คิด ทั้งเงินตรา อารมณ์ ความรัก ครอบครัว การเรียน หน้าที่การงาน ที่สำคัญคือ การสูญเสียตัวตนดีๆของเราไป

ความโกรธมีขึ้นได้  แต่การเราควบคุมความโกรธไม่ให้บานปลายเป็นเรื่องจำเป็นที่เราต้องฝึกฝน เพราะสิ่งนี้คือตัวชี้วัดวุฒิภาวะ “ความเป็นผู้ใหญ่” ในตัวเราว่ามีมากน้อยแค่ไหน

3 วิธีคิด เพื่อร้ายมา..ไม่ร้ายตอบ

1.ลองทำความเข้าใจ เขาอาจมีปมมีภูมิหลังที่ทำให้เขามีพฤติกรรมแบบนี้
2.ถ้าเราไปโต้ตอบเขา เราจะได้อะไรบ้างที่นอกเหนือจากความสะใจ
3.ถ้าโต้กันไป โต้กันมา แล้วเรื่องจะจบลงที่ตรงไหน? เราจะต้องเสียเวลาไปอีกเท่าไหร่?


Comments

comments