“น้องเบนซ์” คนดีไม่มีวันตาย

0
407

จากเหตุการณ์ “เบนซ์ชนฟอร์ด” ที่สร้างความสะเทือนใจไปทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ที่ผ่านมา จนถึงพิธีลอยอังคารอัฐิของ “น้องเบนซ์- ธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย” นิสิตปริญญาโท มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.)  ก็ได้ถูกจัดขึ้นอย่างสงบเรียบง่าย ที่อ่าวสัตหีบ แวดล้อมด้วยบุคคลอันเป็นที่รักที่พร้อมใจมาส่งน้องเบนซ์ไปสู่สวรรค์ในวันที่ 26 เมษายน   และในวันนี้ (27เมษายน)  เพื่อนๆ ผู้ร่วมเรียนสถาบันพระปกเกล้าได้รวมตัวทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับทั้งสอง

เหตุการณ์รถชนเช่นนี้ ไม่ใช่เป็นครั้งแรกในเมืองไทย  แต่ทำไมข่าวของ “น้องเบนซ์”​และเพื่อนถึงได้ดังขึ้น และดังขึ้นเรื่อยๆ

หากเราพลิกกลับไปช่วงวันเกิดเหตุ จะพบว่าข่าว เบนซ์ชนฟอร์ด ก็ดูละม้ายคล้ายจะเงียบเฉกเช่นเดียวกับข่าวอุบัติเหตุบนท้องถนนอื่นๆ  เมื่อผ่านไป 2 วัน ก็มีผู้นำภาพวีดีโอเหตุการณ์ขณะที่เบนซ์ชนฟอร์ดอัดเต็มแรงซึ่งถ่ายจากกล้องหน้ารถ  ทำให้ข่าวนี้เริ่มมีผู้คนสนใจมากขึ้น   แต่ก็ยังไม่เท่ากับ “ความดี” ของบุคคลทั้งสอง ที่ทำให้แม้ผู้ไม่เคยรู้จักก็ยังซาบซึ้ง   วันนี้เราจะไปติดตามความดีของเบนซ์ที่เพื่อนๆ พูดถึงกัน

 

“โอปอล ปาณิสรา อารยะสกุล” 

“รู้จักกับน้องเบนซ์หนึ่งในผู้เสียชีวิตค่ะ เรียนที่สถาบันพระปกเกล้ามาด้วยกันเมื่อหลายปีก่อน น้องอยู่กลุ่มเดียวกับพี่โอ๊คเลยสนิทได้คุยกันบ่อยเจอกันบ่อย น้องเบนซ์เป็นคนน่ารักที่สุดและอ่อนโยนที่สุดคนนึงในชีวิตที่ปอรู้จัก คนรอบข้างสัมผัสได้ถึงความจริงใจและมีเมตตาของน้องเสมอ และน้องก็พิสูจน์ให้พวกเราได้เห็นถึงจิตใจที่งดงามของน้องแม้ในนาทีสุดท้ายของชีวิต ขอวิญญานน้องไปสู่สุขคติ สู่ดินแดนอันสวยงามที่ดวงวิญญานอันบริสุทธิของน้องคู่ควร และขอให้กระบวนการยุติธรรมทั้งทางโลกและทางเวรกรรมทำงานอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ขออย่าให้คนดีๆต้องจากไปฟรีๆโดยไม่สามารถเรียกร้องความเป็นธรรมใดได้เลย #wearepnp2forever”

“หมอโอ๊ค สมิทธิ์ อารยะสกุล”

เบนซ์เชื่อมั้ยว่าการจากไปครั้งนี้ ได้ทิ้งละอองคำสอนหลักธรรมไว้มากมายตามแต่มุมมองแต่ละคนจะคิดได้ และยังฝากอะไรไว้กับสังคมไทยเราแน่ๆ นาทีนี้น้องได้ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างกับชีวิตและความปลอดภัยแล้วนะเบนซ์ ซึ่งเชื่อใจได้เลยว่าตัวพี่เอง และพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆอีกหลายคนจะขยายผลของมันต่อไปเพื่อเป็นอุทธาหรณ์สอนใจในอนาคตของประเทศเรา

ตอนนี้คงบอกได้เพียงว่าขอส่งเบนซ์สู่สุคติ หลับให้สบายนะน้อง พี่โอ๊ค พี่โอปอล์ และหลานๆสบายดี พี่เชื่อว่าเบนซ์ตัวจริงต้องอโหสิกรรมทุกอย่าง แต่เรื่องนี้จะเป็นไปตามกระบวนการที่มันควรจะเป็น และขอให้เชื่อว่ามันจะสร้างกุศลและประโยชน์มหาศาลในทุกทางต่อสังคมนะเบนซ์”

“หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์”

“เพื่อนสาวเราตายครั้งนี้ ความดีที่เธอทำไว้ตลอดชีวิตกับทุกๆคนเป็นเครื่องกระตุ้นเตือนให้เราไม่สามารถนิ่งเฉยได้กับเรื่องนี้ครับ ตอนนี้เพจ CSI LA โพสต์ประเด็นทะเบียน ษง-3333 นี้ชนมาหลายหนและรอดตลอด มีผู้เสียหายท่านอื่นมาแสดงตัวแล้วด้วยครับ เราคงต้องช่วยกันถามหาความยุติธรรมให้ครอบครัวฮ้อแสงชัยที่อบอุ่นน่ารักของเบนซ์ด้วย #WeArePNP2Forever”

“พระอาจารย์มหาหรรษา ธมฺมหาโส” 

ผู้อำนวยหลักสูตรปริญญาโท และปริญญาเอก
สาขาสันติศึกษามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

“เด็กสาวที่พรั่งพร้อมด้วยสมบัติภายนอกและสมบัติภายใน จึงมุ่งมาตรปรารถนาเป็นพระอย่างแรงกล้า หนูเบนซ์เกิดในตระกูลสัมมาทิฐิ โดยมีคุณแม่และคุณพ่อเป็นกัลยาณมิตรนำพาลูกสร้างบุญกุศลแต่เยาว์วัย มีการศึกษาที่ดี จบปริญญาโทจากสวีเดน เรียนหลักสูตรผู้นำเมืองยุคใหม่ สถาบันพระปกเกล้า และตั้งใจเรียนปริญญาโทอีกใบสาขาสันติศึกษา มหาจุฬาฯ เหตุผลของการเรียนหลักสูตรสันติศึกษาเป็นการตอกย้ำห้วงความคิดที่แสวงหาคุณค่าของความเป็นพระที่ต่อการแสวงหาความเยือกเย็น และออกไปใช้ชีวิตให้เป็นประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์ในฐานะวิศวกรสันติภาพ

หนูเบนซ์เป็นนักปฏิบัติธรรมที่มุ่งมั่น และเสมอต้นเสมอปลายตั้งแต่เยาว์วัย โดยการ “นำธรรมไปทำ” พระพุทธศาสนาจึงเป็นวิถีชีวิตและลมหายใจของหนูเบนซ์ ทุกช่วงเวลาของชีวิตคือการทุ่มเท ปฏิบัติธรรมและสร้างบุญบารมีตลอด เพราะสิ่งที่เธอมุ่งมั่นจะเป็นคือ “พระ” เคยถามลูกศิษย์ว่า ทำไมจึงไม่คิดจะแต่งงานอายุ ๓๔ เพราะคุณแม่มุ่งมาตรปรารถนาจะให้มีครอบครัวตามแนวทางการใช้ชีวิตทางโลก เธอตอบว่า หนูจะรักษาร่างกายนี้ให้สะอาดเพื่อจะสามารถรองรับการเป็นพระในภพภูมิหน้าได้อย่างบริสุทธิ์และเต็มภาคภูมิ

๑๒ มีนาคม ๒๕๕๙ ในฐานะลูกสาวคนโต เธอได้เตรียมรีดผ้าให้คุณแม่และคุณพ่อ หลังจากนั้น เธอเชิญชวนพ่อแม่และน้องๆ สวดธรรมจักกัปปวัตนสูตร ที่เคยปฏิบัติมา เพื่อตอกย้ำก่อนการเดินทางไปเมืองพาราณสีซึ่งเป็นสถานที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมะบทนี้ และเช้าตรู่ของวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๙ เธอได้ขวนขวายหุงหาอาหาร และเตรียมจตุปัจจัยไทยทาน แล้วแต่งตัวในชุดเสื้อขาวสดใส แล้วพาคุณแม่และคุณพ่อไปใส่บาตร หลังจากนั้น เธอจึงได้ร่ำลาคุณแม่คุณพ่อ ไปขึ้นรถน้องชายที่ชื่อ “โต้ง” ไปมหาจุฬาฯ วังน้อย เพื่อไปเตรียมความพร้อมและจัดการสิ่งต่างๆ ก่อนเดินทางไปแสวงบุญที่ประเทศอินเดีย

การรีดผ้า การหุงหาอาหาร การพาคุณแม่และคุณพ่อไปทำบุตรตักบาตร การกอดลา และกล่าวลาครั้งนี้ ได้กลายเป็นละครบทสุดท้ายที่ “ลูกพระ” คนนี้ ได้แสดงต่อคุณแม่และคุณพ่อในฐานะพระพรหมของลูก เพราะเธอทราบดีว่า การแสดงความกตัญญูที่ประเสริฐที่สุด คือ การพาท่านไปหาศรัทธา ทาน ศีล และภาวนา และเธอได้ทำสิ่งเหล่านี้มาตลอดชีวิตของการเป็นลูก และด้วยคุณสมบัติเช่นนี้ จึงทำให้พ่อได้ได้เปรยทั้งน้ำตาหน้าห้องเก็บศพว่า “ผมได้สูญเสียพระ” ไปอย่างไม่มีวันกลับ”

 

แต่ละประโยคที่เราได้อ่านล้วนกลั่นจากก้นบึ้งหัวใจของผู้พูด  ความดีที่มากพอจนล้นมาสู่สายตาของผู้คุ้นเคยนั้นทำให้การจากไปครั้งนี้ของน้องเบนซ์เป็นการจากไปที่ทิ้งต้นแบบความดีไว้ให้ผู้อื่นเดินรอยตาม

แม้น้องเบนซ์จะไม่ใช่เซเลปหรือผู้ที่โด่งดัง แต่ทุกการกระทำและสิ่งที่เหลือไว้ล้วนควรค่าแก่ฐานะ “ต้นแบบเยาวชนและคนทั้งโลก”  และเธอได้ยืนยันแล้วว่า “คนดีไม่วันตายไปจากใจของทุกคน”

1459670_10154394272625715_7143113477742032300_n

1374968_10154394272810715_7802947617545839764_n

Screen Shot 2559-03-27 at 18.09.12 Screen Shot 2559-03-27 at 18.10.04

ขอบคุณภาพจาก OpalPanisaraOfficial

Comments

comments