เขียนเรื่องการตั้งการตอบคำถามบ่อยๆ เพราะช่วงนี้พบคนมากมายที่กำลังถามตัวเองและตัดสินใจอนาคต

ปรกติเราเป็นคนขี้สงสัย แต่บ่อยมากที่รู้สึกว่าการไม่ตั้งคำถามเลยทำให้ชีวิตเป็นสุขจริงๆ

ยกตัวอย่างง่ายๆ สมัยม.ต้น ตั้งใจอยู่อย่างเดียวว่าจะสอบเข้าเตรียมฯ สายศิลป์ฝรั่งเศส ไม่เคยสงสัย ลังเล ว่าชีวิตจะมีทางเดินอื่น เป็นความเชื่อว่าดีที่สุดสำหรับเราคือสิ่งนี้ ก็เดินไปตามเส้นทางและมีความสุขกับทางที่เลือก

ชีวิตเริ่มแย่เมื่อตั้งคำถามหรือเปล่า…
พอเข้าสู่ช่วงมหา’ลัย รู้สึกว่าต้องปรับตัวเยอะมาก ก็เริ่มท้อ ไม่มั่นใจ คุยกับครูแนะแนว กับเพื่อน ทีนี้ก็มีความคิดว่าจะย้ายคณะ เกิดการที่เกรดล้มระเนระนาด สุดท้ายก็กลับมาตั้งลำไม่ย้ายคณะแล้วก็ขยันมากตอนปีสุดท้าย แต่ให้ตายสิ พลาดเกียรตินิยมอันดับ 1 เพราะเราตั้งคำถามกับทางเดินของตัวเองแล้วก็สมาธิหลุด เมื่อพลาดเกียรตินิยมอันดับ 1 ทำให้หมดสิทธิ์หลายอย่างไปโดยปริยาย

เวลาผ่านมาและเริ่มเห็นภาพรวมของเส้นทาง
สรุปก็คือว่า คนเราต้องรู้จักตัวเอง เมื่อรู้จักตัวเองต่อมาต้องศึกษาสภาพแวดล้อมและปัจจัยต่างๆ ศึกษาหาโอกาสให้ตัวเองให้มากที่สุด ทำอย่างไรจึงจะคว้าโอกาสให้ตัวเองได้ไปอยู่ในสถานที่ที่เหมาะกับเรา

การตั้งคำถามเป็นเรื่องดี แต่ต้องทะยอยหาคำตอบจากแหล่งข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อปูทาง

‘แต่อย่าเสียสมาธิกับปัจจุบัน’

ถ้าไม่แน่ใจว่ามาถูกทาง ทำใจให้นิ่ง มองสิ่งแวดล้อมแล้วดูปัจจัย คิดวิเคราะห์ว่าไม่ชอบอะไร ทำไมอยากเปลี่ยน แล้วสิ่งใหม่ที่เราอยากจะพุ่งไปหามันดีกว่าปัจจุบันเพราะอะไร

ดังนั้นการตั้งคำถามหรือไม่ตั้งไม่ใช่ประเด็น

ปัจจัยที่แท้จริงคือเรา ‘มีสติ’ ขณะตั้งคำถามหรือเปล่า
และเมื่อสติมาปัญญาก็ย่อมเกิด จะเลือกทางไหนก็ง่ายทั้งนั้นแหละ

Comments

comments

SHARE
Previous articleมาลาลา ยอมตายเพื่อผู้หญิงได้เรียน
Nat Dharmasaroja จบการศึกษาด้านการสร้างแบรนด์ มีประสบการณ์ด้านการผลิตสื่อเชิงสร้างสรรค์สังคม เขียนหนังสือและทำงานศิลปะเป็นงานอดิเรก มีผลงานบทกวีเล่มแรกคือ 'โปรดระวังช่องว่างระหว่างรถไฟกับชานชาลา'