Screen Shot 2559-04-16 at 11.16.35 PMหลังจาก Facebook Live กำลังเป็นที่แพร่หลายในหมู่ดารา อย่างชมพู อารยา ทดลองทำ Facebook live ด้วยตนเองครั้งแรกเพียง 2 นาทีมีคนดูถึง 400 กว่าคน จนทุกวันนี้การ Live ของเธอแต่ละครั้งจะมีคนดูไม่น้อยกว่าหลักแสน แต่นั่นก็ยังไม่ทำให้ Facebook Live ดังสู่มหาชนวงกว้างเท่ากับปรากฏการณ์ เน -วัดดาว

**********

 

เป็นที่น่าตื่นเต้นสำหรับเทคโนโลยีใหม่ที่ถ่ายทอดสดตนเองผ่าน facebook ได้อย่างง่ายๆ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอะไร สมัยก่อนกว่าจะได้ออกทีวีแต่ละครั้งนั้นยากราวกับการปีนไปถึงดวงดาว ยุคต่อมาก็ง่ายขึ้นเพราะมีรายการที่เปิดโอกาสให้คนธรรมดาเดินดินโชว์ความสามารถของตนเอง จากนั้นyoutube ก็มา ทุกคนสามารถสร้างวิดีโอของตนเองได้อย่างง่ายๆ แม้อาจต้องรออัพโหลดนานเสียหน่อย แต่ ณ วินาที การถ่ายทอดสดง่ายยิ่งกว่าง่าย เพียงแค่กดปุ่มในมือถือ โลกก็รู้ถึงชีวิตคุณๆแล้ว

Facebook Live กลายเป็นเครื่องมือใหม่ของดาราที่ทำให้เขาและเธอ ปัง ดัง ยิ่งขึ้น แฟนคลับเข้าถึงพวกเขาได้โดยเจ้าตัวไม่ต้องกลัวว่าจะถูกลุกล้ำจับมือถือแขน หรือ พลาดไปโดยอวัยวะส่วนอื่นๆของร่างกาย เมื่อแฟนคลับพิมพ์คอมเมนต์เข้าไป ดาราก็เอ่ยชื่อทักทาย ทำความชื่นอกชื่นใจแก่มิตรรักแฟนเพลงยิ่งกว่าการได้คล้องพวงมาลัยเสียอีก

13015063_1320721597957499_1925200033_nFacebook Live กลายเป็นเครื่องมือของโค้ช หรือ ผู้ที่ต้องการถ่ายทอดแนวคิดตนเองให้แก่ลูกเพจได้อย่างเห็นหน้าเห็นตา เรียลไทม์ ล่าสุด บอยวิสูตร นักเขียน และโค้ชชื่อดัง ได้ประกาศ Facebook Live ให้ผู้ติดตามรู้ล่วงหน้าทั้งทางFacebook และ Line official ว่า 22.10 น. เตรียมรับชมเรื่องราวดีๆ และเขาจะตอบคำถามผู้ที่ถามเข้ามา ทำเอาแฟนคลับตั้งตารอกันทีเดียว

Facebook Live กลายเป็นเครื่องมือการสื่อสารของคนที่อยู่ห่างไกล แต่ส่งวิดีโอให้รู้สึกว่าใจยังอยู่ใกล้กัน บ้างนำภาพบรรยากาศสดๆที่ตนเองไปเที่ยวที่ต่างๆ นำเสนอเพื่อนฝูง ซึ่งก็ทำให้ผู้คนดูอบอุ่น ชิดใกล้

***************

การระบายความสุขสู่คนอื่นนั้นนับเป็นเรื่องที่ดี แต่หาก Facebook Live กลายเป็นเครื่องมือที่ใครก็สามารถระบายความทุกข์ ความอัดอั้น และการแก้ปัญหาด้วยความรุนแรงอย่าง กรณี เน-วัดดาว ที่ใช้ปืนพิฆาตตนเองพร้อมกับการถ่ายทอดสด แม้โชคดีว่าเนจะไม่ตาย แต่ก็โชคร้ายที่ทำให้คนบางกลุ่มอาจปิ๊งไอเดียและพร้อมจะเลียนแบบตาม

เมื่อคืน (16 เม.ย.59) ThaiPBS ได้ทำสกู๊ปข่าวสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญสองท่านเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ซึ่งน่าสนใจมาก

13035406_1320721594624166_1306113788_o

“ในเมืองไทยต้องยอมรับว่าสื่อออนไลน์เป็นอาวุธทางการตลาดที่ทรงพลังมาก แต่มันตกไปอยู่ในมือคนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ มักจะบอกเผลอไปพลาดไป คำว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ ผมพยายามวิเคราะห์ว่าแปลว่าอะไร สรุปแปลว่า ‘ไม่คิดว่าจะซวย’ คือตอนกดไปน่าจะสนุกดี แต่อารมณ์สังคมมันตีกลับคนละเรื่อง ดังนั้นต้องรู้เท่าทัน” พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน IT กล่าว
“การใช้สื่อที่เข้าถึงได้ง่ายกลายเป็นช่องทางในการระบายความรู้สึก เมื่อไหร่ที่การกำจัดทุกข์ การบ่น การแสดงออก ถ้าทำให้คนอื่นทุกข์ ทำให้คนรู้สึกย่ำแย่ ทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ เราควรหยุด

13022225_1320721611290831_252437100_n

การทำอะไรไม่เหมาะสม การพูดที่ไม่เหมาะสม เรามีสิทธิที่จะทำ แต่อย่าลืมว่า สิทธิควรมาพร้อมกับหน้าที่ หน้าที่คือความรับผิดชอบ รับผิดชอบต่อสังคม” ขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร นักจิตวิทยาพัฒนาสมองกล่าวคำโดนๆ ปิดท้าย

**************
เหรียญมี 2 ด้าน เทคโนโลยีก็ย่อมมี 2 มุม จะนำมาสร้างสรรค์ หรือ ทำลาย ย่อมทำได้ทั้งนั้น
แม้เราจะหลีกหนีเทคโนโลยีใหม่ๆไม่พ้น ซึ่งคงจะง่ายและรวดเร็วกว่านี้อีกหลายเท่า
แต่เราสามารถบ่มเพาะตัวเองให้มีภูมิคุ้มกันต่อความรวดเร็วจนใจไวนั้นได้
ด้วยการขยันมองเรื่องราวต่างๆมาสอนใจตน และอดทนที่จะฝึกฝนวิเคราะห์แยกแยะยับยั้งชั่งใจในสิ่งไม่ควร

แม้โลกจะไปไว แต่เราฝึกใจของเราให้ช้าลงได้

ขอบคุณข้อมูลสัมภาษณ์จาก ThaiPBS
https://web.facebook.com/ThaiPBSFan/videos/10156887860680085/

Comments

comments

SHARE
Previous articleมิตรภาพนานาชาติ
Next articleสวัสดี…มือซ้าย
ผู้ออกแบบหลักสูตรและวิทยากรประจำองค์กร Peace Gen พัฒนาคนรุ่นใหม่ให้รับผิดชอบตนเองและสังคม ผ่าน Mind-Me-World รักการทำกิจกรรมสังคมมาตั้งแต่มัธยมปลายจนบัดนี้อายุเข้าเลข 3 แล้ว ก็ยังจะทำต่อไป เพื่อขอเป็นส่วนเล็กๆส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้สังคมดีขึ้น