แผ่นดินไหวที่คุมาโมโต้

จริง ๆ นี่ถือว่าเป็นแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่อยู่ญี่ปุ่นมา รายละเอียดก็อย่างที่ทุกคนน่าจะได้ทราบจากข่าวกันอยู่แล้ว คือค่อนข้างแรง และ after shock เยอะมาก คือทีวีที่ญี่ปุ่นเนี่ย ถ้ามีแผ่นดินไหวเกิดขึ้น มันจะมีเสียงปิ๊บ ๆ พร้อมขึ้นเตือนข้อความว่ามีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นที่ไหน ความแรงเท่าไหร่ มีซึนามิไหม ซึ่งสองสามวันนี้ถ้าเปิดทีวีดู จะพบว่า มันเด้งแทบจะทุกชั่วโมง บางช่วงถี่มากไม่กี่สิบนาทีมาอีกแล้ว

นั่งดูข่าวรายงานความเสียหายแล้วก็หดหู่ เห็นภาพสะพานที่โดนดินถล่มใส่จนหายไปทั้งอัน ถนนหายไปทั้งเส้น เห็นภาพหอนักศึกษาสองชั้น ที่ถล่มจนกลายเป็นหอพักชั้นเดียว นักศึกษาสิบกว่าคนติดอยู่ในนั้น พยายามช่วยชีวิตกันออกมา แต่ก็ไม่ได้ครบทุกคน การจราจรถูกปิด สนามบินใช้งานไม่ได้ น้ำประปา แก๊ส โดนตัดขาด ชาวบ้านต้องอพยพไปอยู่ตามโรงเรียน ลานจอดรถ ใบหน้ามีแต่ความโศรกเศร้า ยอดผู้บาดเจ็บหลายร้อย เสียชีวิตหลายสิบ…

นักเรียนไทยและนักท่องเที่ยวส่วนนึงติดอยู่ที่นั่น พยายามต่อสู้กับความยากลำบากกันอย่างสุดฝีมือ เบื้องหลังมีการประสานงานกับสถานทูตกันอย่างเต็มที่ สุดท้ายมีการอพยพออกมายังที่ปลอดภัยได้สำเร็จ

เรื่องราวที่ดูน่าจะไม่มีอะไรดีเลยนั้น เปิดเผยให้เห็นอีกมุมนึงตอนที่เพื่อนที่ไทยคนนึงพิมพ์มาถามว่า

“กูอยากบริจาคเงิน มึงรู้ช่องทางมั้ย”

เป็นคำพูดที่ทำให้รู้สึกถึงพลังงานบางอย่าง…

วันก่อนมีข่าวคนโตเกียวไปต่อคิวซื้อของที่ร้านขายของฝากคุมาโมโต้ที่ตั้งอยู่ที่โตเกียว คิวยาวจนเจ้าของร้านก็ตกใจว่าไม่เคยมีคิวยาวขนาดนี้มาก่อน นักข่าวไปสัมภาษณ์ถาม ลูกค้าที่มาต่อคิวก็บอกว่า “เค้าต้องการสนับสนุนคุมาโมโต้ นี่คือสิ่งที่เค้าทำได้”

ในทวิตเตอร์มีนักเต้นคนนึงเป็นชาวจังหวัดคุมาโมโต้ มาทำธุระที่โตเกียวพอดีกับที่เกิดแผ่นดินไหว ทำให้กลับบ้านเกิดไม่ได้ เค้าประกาศว่า ทั้งชีวิตเค้าทำอย่างอื่นไม่เป็นนอกจากการ “เต้น” จึงขอเชิญชวนนักเต้นในโตเกียวทั้งหมด มาช่วยกันเต้นเพื่อเปิดรับเงินบริจาคไปช่วยคนที่บ้านเกิด

ตัดภาพมาที่ข่าวเมื่อเช้านี้ บ้านพักคนชราที่คุมาโมโต้ประสบภาวะขาดแคลนอาหารหนัก น้ำประปาสกปรกจนใช้ทำอาหารไม่ได้ เจ้าหน้าที่เลยตัดสินใจไปเขียนตัวหนังสือขอความช่วยเหลือที่ลานจอดรถ เพื่อให้เห็นจากมุมสูงว่าต้องการ “ข้าว” “น้ำ” และ “อาหาร” พร้อมกับถ่ายรูปโพสต์ขึ้นเฟสบุ๊ก และภายในวันเดียวกันทุกอย่างที่ร้องขอไปก็ได้ส่งมาจากทั่วญี่ปุ่นจนท่วมท้น เจ้าหน้าที่บอกว่า แค่ซุปมิโสะเพียงถ้วยเดียวก็เปลี่ยนแปลงบรรยากาศไปได้…

คุณยายที่นั่งกินข้าวอยู่ที่นั่นบอกว่า “โออิชี่เดส” พร้อมกับป้อนให้นักข่าวกินหนึ่งคำ

คุณลุงอีกคนนึงมาทำราเมงแจกคนในพื้นที่ ทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติไม่ว่าจะแผ่นดินไหว ซึนามิ คุณลุงจะตรงไปที่นั่นพร้อมทำราเมงอุ่น ๆ ให้ทุกคนทันที คุณลุงบอกว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังอ่อนแอและเหนื่อยล้า ราเมงอุ่น ๆ น่าจะทำให้เค้ายิ้มได้

กล้องตัดมาที่เด็กหนุ่มคนนึงที่พูดว่า

“ราเมงที่ปกติกินทุกวัน พอมากินตอนที่ไม่ปกติแล้ว มันอร่อยมากจริง ๆ ครับ”

ขอขอบคุณทุกคนแทนผู้ประสบภัยที่ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ครับ
ขอบคุณที่ทำให้รู้ว่า

“โลกนี้มันน่าอยู่จัง”

🙂

Comments

comments